ReadyPlanet.com
dot
EXCLUSIVE INTERVIEW
dot
bulletลงโฆษณาฟรี
dot
รับสมัครข่าวสาร

dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง
facebook
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


โสภณ พรโชคชัย

         เพียงเฉพาะครึ่งหลังของปี 2559 มีโครงการที่อยู่อาศัยที่หยุดการขายไปทั้งหมด 8,609 หน่วย รวมมูลค่า 12,182 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ เพียงแต่ขาย "ฝืดหนัก"!!!

         ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) เปิดเผยผลการสำรวจตลาดที่อยู่อาศัย ณ ปี 2559 โดยสำรวจไว้ในต้นปี 2560 จากจำนวนโครงการทั้งหมด 1,837 โครงการ พบว่า มีอยู่ 165 โครงการ (ไม่รวมอยู่ใน 1,837 โครงการ) ที่ "เจ๊ง" ไปแล้ว รวมจำนวนหน่วย 47,256 หน่วย รวมมูลค่า 118,155 ล้านบาท  จำนวนนี้เท่ากับประมาณ 26% ของหน่วยเหลือขาย 184,329 หน่วย และเท่ากับ 16% ของมูลค่าการพัฒนาที่ 714,324 ล้านบาท

         อย่างไรก็ตาม ณ ครึ่งแรกของปี 2559 มีโครงการยกเลิกการขายไปรวม 150 โครงการ รวม 38,647 หน่วย รวมมูลค่า 105,973 ล้านบาท  และ ณ สิ้นปี 2558 มีอยู่ 139 โครงการที่เจ๊ง รวม 37,723 หน่วย รวมมูลค่า 99,499 ล้านบาท  จึงอาจกล่าวได้ว่าในปี 2559 ทั้งปี มีหน่วยขายเจ๊งไป 9,533 หน่วย รวมมูลค่า 18,656 ล้านบาท  จะสังเกตได้ว่าโครงการที่เจ๊งส่วนมากเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2559  แสดงว่าภาวะในขณะนี้เริ่มเห็นความเสี่ยงอยู่พอสมควร  เพียงแต่ว่าความเสี่ยงนี้ยังไม่เข้าถึงขั้นวิกฤติแต่อย่างใด

         ในจำนวนที่เจ๊ง 47,256 หน่วยนั้น เป็นห้องชุดมากที่สุดถึง 29,058 หน่วย หรือ 61% ของทั้งหมด โดยเฉพาะห้องชุดที่ขายในราคา 1-2 ล้านบาท (12,822 หน่วย)  อย่างไรก็ตามหากพิจารณาตามมูลค่าที่เจ๊งจะพบว่า ห้องชุดราคา 3-5 ล้านบาท เจ๊งมากที่สุดถึง 20,488 ล้านบาท (รวม 5,764 หน่วย)  ส่วนบ้านเดี่ยว กลุ่มที่มีปัญหามากที่สุดทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าก็คือบ้านเดี่ยวราคา 5-10 ล้านบาทที่เจ๊งสะสมถึง 1,545 หน่วย รวมมูลค่า 11,263 ล้านบาท

         สาเหตุของการเจ๊งประกอบด้วย

         1. สถาบันการเงินไม่อำนวยสินเชื่อ43 โครงการ รวม 26% ของหน่วยขายที่

         2. ไม่ผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม 39 โครงการรวม 24% ของหน่วยขายทั้งหมด

         3. ขายไม่ออก รูปแบบสินค้าไม่เหมาะสม 26 โครงการรวม 16% ของหน่วยขายทั้งหมด

นอกนั้นเป็นเหตุผลอื่นที่คล้ายคลึงกัน เช่น รอปรับราคาใหม่ เปลี่ยนรูปแบบโครงการ ทำเลที่ตั้งห่างไกลสิ่งอำนวยความสะดวก  ฯลฯ

         ดร.โสภณคาดว่าอัตราการเจ๊งในปี 2560 น่าจะลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่อาจดีขึ้น (ตามคำบอกเล่าของรัฐบาล) แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็อาจมีมากขึ้น  และหากมีการเจ๊งถึงเกือบหมื่นหน่วยเช่นช่วงครึ่งหลังของปี 2559 สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอาจต้องได้รับการประเมินสถานการณ์ใหม่  ซึ่งการนี้คงต้องติดตามโดยใกล้ชิดต่อไป  อย่างไรก็ตามโครงการที่เจ๊งนั้นยังนับว่าน้อยกว่าที่จะเกิดวิกฤติได้  สาธารณชนจึงพึงวางใจ

         ติดตามสถานการณ์จากศูนย์ข้อมูลฯ AREA โดยใกล้ชิด เพื่อความไม่ประมาท ดร.โสภณ กล่าว




จับกระแส

ตลาดต่างชาติตอบรับดี ยังแห่ซื้อบ้านในภูเก็ต
ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
วสันต์ คงจันทร์
ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
โสภณ พรโชคชัย
วสันต์ คงจันทร์
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
วสันต์ คงจันทร์
ดร.โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
ดร. ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
สิทธิเพ็ญ สิทธัตถพงษ์
ดร.โสภณ พรโชคชัย
ดร. ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
โสภณ พรโชคชัย
ดร. ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
วสันต์ คงจันทร์
โสภณ พรโชคชัย
ดร. ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
นายวสันต์ คงจันทร์
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
วสันต์ คงจันทร์
สั้มมา