dot
EXCLUSIVE INTERVIEW
dot
bulletสัมภาษณ์พิเศษ
dot
จับกระแส
dot
bulletลงโฆษณาฟรี
dot
รับสมัครข่าวสาร

dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง
facebook
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


โสภณ พรโชคชัย

         วันนี้ (18 ตุลาคม 2559) ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ในฐานะประธานก่อตั้งมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย (www.thaiappraisal.org) ได้จัดงานเสวนา "การลงทุนธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก: โอกาสและวิธีทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ" ในนามของมูลนิธิ จึงขอสรุปแนวทางที่น่าสนใจแบบตรง ๆ ชัด ๆ ดังนี้:

         1. โอกาสความสำเร็จอยู่ที่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มเข้ามาเรื่อย ๆ ในประเทศไทย  แม้ว่าหลังรัฐประหาร จะทำให้เกิดความชะงักงันขึ้นระยะหนึ่ง  แม้ว่าปัจจุบันการเติบโตยังน่าจะน้อยกว่าหากไม่มีรัฐประหารก็ตาม  แต่ตัวเลขการเติบโตของนักท่องเที่ยวก็มีมากขึ้นทุกปี

         2. นักท่องเที่ยวประเภทมาคนเดียว ฉายเดี่ยว มาเองแบบไม่ใช้ทัวร์ มีมากขึ้น จากแต่เดิมมีแต่แบบ "Backpackers" แต่ในปัจจุบันมีความหลากหลาย ไม่ใช่เฉพาะที่ใช้เงินแต่น้อยเท่านั้น  นักท่องเที่ยวประเภทนี้ไม่ใช่มีเฉพาะชาวยุโรป แต่รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเอเซีย แม้แต่ประเทศจีน ก็มีนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่เป็นอิสระมากขึ้น

         3. ทำเลที่จะประสบความสำเร็จ ก็คือ ทำเลที่อยู่ในพื้นที่เมืองเก่า ที่มีเสน่ห์สำหรับนักท่องเที่ยว เช่น แม้แต่ในชุมชนแออัดเดิมหลังวัดราชนัดดา หรือชุมชนอื่น ๆ ก็สามารถดัดแปลงมาเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ๆ ได้เช่นกัน  กลิ่นอายของเมืองโบราณเป็นเสน่ห์สำคัญ  ไม่ใช่ว่าต้องแปลงบ้านเก่า ๆ เดิม ๆ สมัยรัชกาลที่ 5 มาทำเป็นโรงแรมแล้ว  แม้แต่บ้านไม้เก่า ๆ ในสลัม หรือแม้แต่ตึกแถวเก่า ๆ ก็สามารถดัดแปลงมาทำเป็นโรงแรมได้

         4. ทำเลที่อยู่ติดรถไฟฟ้า แม้จะไม่ได้กลิ่นอายของเมืองเก่า แต่ทำให้การเดินทางไปตามจุดต่าง ๆ สามารถไปได้ง่าย ก็เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก ๆ ได้เช่นกัน  บริเวณรถไฟฟ้าที่เปิดใช้แทบทุกสถานีมีโอกาสทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นบีทีเอส เอ็มอาร์ที หรือแม้แต่สายใหม่ ๆ อย่างสายสีน้ำเงิน สายสีเขียว (บีทีเอส) ส่วนขยายเป็นต้น  แต่ยังไม่แนะนำให้ไปทำบริเวณสายสีม่วง ซึ่งยังไม่สะดวกในการเดินทาง

         5. ชานเมืองที่ไม่มีระบบขนส่งมวลชนไม่ควรไปทำโรงแรมอย่างเด็ดขาด เช่น มีนบุรี หนองจอก ลำลูกกา  ทั้งนี้อาจมีบางคนคิดทำเป็นโรงแรมแบบรีสอร์ตบ้าง  แต่หลายแห่งก็เจ๊งไปแล้ว  โอกาสประสบความสำเร็จทำได้ยากมาก  แม้แต่พวกโฮมสเตย์ในชุมชนชานเมือง ก็ไม่น่าจะประสบความสำเร็จ  มีกลุ่มลูกค้าที่คัดสรรจนเหลือปริมาณน้อยเกินกว่าที่จะประสบความสำเร็จได้ (ยกเว้นทำแก้เหงา)  โรงแรมที่ทำได้คงเป็นโรงแรมม่านรูดที่ต้องการมีบรรยากาศแบบ "ลับๆ ล่อๆ" มากกว่า

         6. ถ้าเป็นในต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวก็เป็นในเขตเมืองเก่า เขตที่มีแหล่งท่องเที่ยวมาก ก็สามารถดำเนินการได้ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย ภูเก็ต ฯลฯ  แต่ถ้าเป็นในเมืองที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดให้ชาวต่างชาติเดินทางไปเที่ยวได้จริง ๆ ก็ไม่ควรทำโรงแรมอย่างเด็ดขาด  เมืองที่มีนักท่องเที่ยวไปน้อย และใจกลางเมืองไม่มีสิ่งดึงดูดนัก การทำโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยวจึงมีโอกาสน้อยมาก  ยกเว้นโรงแรมสำหรับนักเดินทาง เช่น บรรดานักขายของสินค้ายี่ห้อต่าง ๆ เป็นหลัก

         7. ความสำเร็จของโรงแรมที่จะดำเนินการสำหรับนักท่องเที่ยวนั้น สามารถแปลงอะพาร์ตเมนต์ให้เช่าเดือนละ 3,000 บาท ให้เป็นโรงแรมให้เช่าคืนละ 1,000 บาท (หรือเดือนละ 30,000 บาท) หรืออาจแปลงตึกแถวมาแบ่งเป็นห้องเช่าแบบโรงแรมก็ยังทำได้ เช่นกัน  บางครั้งยังสามารถแปลงเป็นห้องเช่ารวม (Dormitory) ที่มีเตียงนอน 2 ชั้น 3 เตียง  ดร.โสภณ ยังเคยไปนอนที่กรุงโคเปนเฮเกน  โดยคืนแรก 6 เตียง มี ดร.โสภณ กับสุภาพสตรีชาวญี่ปุ่น 1 คน คืนที่สองมีสุภาพสตรีจีนมาสมทบอีก 2 คน คืนที่ 3 มีหนุ่มญี่ปุ่นอีก 1 คน และคืนที่ 3 มีลุงคนหนึ่งมาจากเบลเยียม จนครบ 6 คนใน 1 ห้อง เป็นต้น

         8. บทเรียนที่ผ่านมา การหวังทำธุรกิจแบบโฮมสเตย์ในพื้นที่ ๆ การท่องเที่ยวไม่ได้ติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ อาจทำได้ยาก  ทำนองเดียวกับการทำโรงแรมแบบรีสอร์ตในแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ใช้อันดับ 1-10 ของประเทศ ก็มักไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน  การทำโรงแรมแบบ Conventional Hotel ให้มีการจัดงานประชุม-สัมมนา ก็ต้องอาศัยเครือข่ายกับส่วนราชการ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ต้องต่อสู้ช่วงชิงมากเป็นพิเศษ  โรงแรมตามลักษณะเดิม ๆ อย่างนี้จึงไม่ควรทำ

         9. ปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ไม่เคยมีมาก่อนก็คือการขายผ่านเว็บไซต์โรงแรมชื่อดังทั้งหลาย เช่น Agoda, Booking และอื่น ๆ  ซึ่งทำให้เราสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทันที  การที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายถึงประมาณ 16-20% เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น  แต่ก็คุ้มค่ากับการใช้บริการเหล่านี้   เพราะโอกาสที่โรงแรมเล็ก ๆ จะประสบความสำเร็จในการเข้าถึงลูกค้าทั่วโลก มีโอกาสน้อยมาก  และด้วยสื่อเหล่านี้ โรงแรมเล็ก ๆ จึงได้เปรียบโรงแรมใหญ่ในการหาลูกค้าด้วยซ้ำไป

         10. ปัจจัยสุดท้ายก็คือตัวโรงแรมเอง ที่แม้จะทำแบบเรียบง่าย แต่ก็ควรเรียบหรู มีสิ่งที่น่าประทับใจ ตั้งแต่การออกแบบที่ดูเตะตา (แต่ไม่ต้อง Over)  การต้อนรับขับสู้ที่ดี  บริการพ่วงที่ดีเกินคาด เช่น บางแห่งมีบริการซักผ้าให้ฟรี  สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการใช้ซ้ำ และการบอกต่อโดยที่เราจะได้เปรียบนอกเหนือจากการได้รับการแนะนำจากเว็บไซต์โรงแรมระดับโลกทั้งหลาย

         ดร.โสภณ เคยไปประเมินโรงแรมทั้งในอาฟริกา อเมริกาใต้ อินโดจีน อาเซียน อนุทวีป  บางครั้งยังพบว่าโรงแรมของยี่ห้อ (Brand) ดังๆ ยัง "หนักใจ" กับการทำการขายและการทะลวงการตลาดเพราะเข้าไม่ถึงกลุ่มลูกค้า  กำไรต่อห้องยังได้ในสัดส่วนที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับเงินลงทุนต่อห้องของโรงแรมขนาดเล็ก  ดังนั้นการทำโรงแรมขนาดเล็กแบบ "เล็กพริกขี้หนู" จึงมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงตามปัจจัยทั้ง 10 ข้างต้น

โอกาสแห่งความสำเร็จของโรงแรมไม่ได้พิสดารอะไร ทุกคนทำได้ถ้าตั้งใจ

 




จับกระแส

ตลาดต่างชาติตอบรับดี ยังแห่ซื้อบ้านในภูเก็ต
ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
วสันต์ คงจันทร์
ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
โสภณ พรโชคชัย
วสันต์ คงจันทร์
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
วสันต์ คงจันทร์
ดร.โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
ดร. ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
สิทธิเพ็ญ สิทธัตถพงษ์
ดร.โสภณ พรโชคชัย
ดร. ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
โสภณ พรโชคชัย
ดร. ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
วสันต์ คงจันทร์
โสภณ พรโชคชัย
ดร. ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
นายวสันต์ คงจันทร์
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
โสภณ พรโชคชัย
วสันต์ คงจันทร์
สั้มมา